การพัฒนาแผนการเทรดไบนารี่ออฟชั่นที่ยั่งยืน

ศึกษาหาความรู้

การศึกษาหาความรู้ก่อนการเทรดเป็นสิ่งที่สำหัญเป็นอย่างมากเพราะการที่จะเข้ามาเทรดในตลาด Binary Option นั้นจำเป็นที่จะต้องการความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าการที่จะสามารถทำกำไรได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีความแม่นยำในการเข้าเทรด โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อเบื้องต้นในได้ดังนี้

Strategy 

  • การวิเคราะห์ตลาด: ศึกษาแนวโน้มราคา และเลือกแผนการเทรดที่เหมาะสมตามจำนวนเงินทุน
  • เลือกเวลาเทรดให้เหมาะสม: กำหนดเวลาการเข้าเทรดอย่างเหมาะสม ควรเลือกกราฟที่มี Volume

Mindset เบื้องต้น

  • การพัฒนาสมาธิ: การฝึกสมาธิและการรักษาสมาธิในระหว่างการเทรด
  • ความมุ่งมั่น: การมีความมุ่งมั่นและความเชื่อในกลยุทธ์และตัวเอง
  • ยอมรับความเสี่ยง: การเทรด Binary Option เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ควรยอมรับและเข้าใจว่าเสี่ยงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการเทรด
  • การจัดการอารมณ์: รักษาความสม่ำเสมอ และอารมณ์ที่มั่นคงในเวลาที่ตลาดมีความผันผวน
  • การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง: ตลอดเวลาพัฒนาทักษะและความรู้ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการตัดสินใจ
  • การตั้งเป้าหมาย: กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการเทรด เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจและทำให้เทรดเดอร์มุ่งมั่นในการเทรด เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจน

การจัดการเงิน

  • การกำหนดวงเงินที่เสี่ยงได้ : การกำหนดวงเงินที่พร้อมสูญเสียได้โดยไม่รู้สึกอะไรในแต่ละไม้
  • การเลือกขนาดการเทรด : การกำหนดขนาดการเทรดที่เหมาะสมตามขนาดบัญชีและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • Trade Size : กำหนดสัดส่วนของการเทรดแต่ละไม้เช่น อาจจะกำหนดว่าจะเทรดไม้ละ 1 – 5% 
  • การตั้งเป้าหมายกำไรและขาดทุน : กำหนดเป้าหมายที่จะเอาชนะและขาดทุนที่ยอมรับได้ในแต่ละไม้ที่เทรดและปฏิบัติตามตามกลยุทธ์ที่เทรดเดอร์กำหนดไว้
  • การใช้การเลือกขนาดการเทรด (Position Sizing) : ใช้เทคนิคการเลือกขนาดการเทรดที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงของแต่ละครั้ง ตัดสินใจตามสถานการณ์
  • การหยุดการเทรดเมื่อมีการสูญเสีย (Stop Loss) : กำหนดระดับ Stop Loss เพื่อป้องกันการขาดททุนที่สูงเกินไปในแต่ละการเทรดเพื่อป้องกันการล้างพอร์ตซึ่งการมี Stop Loss จะเข้ามาช่วยในส่วนนี้

การวิเคราะห์ตลาด

  • การศึกษาและการประเมินสถานการณ์ : การวิเคราะห์ข่าวสารและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อราคาแล้วทำการประเมินดู Zone ที่อาจเป็นนัยสำคัญ
  • การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ : การใช้เครื่องมือหรือ Indicators งเพื่อช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดโดยแต่ละ Indicator ก็จะมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป บ่งบอกถึงค่าต่างกันออกไปโดยการใช้เครื่องมือต่างๆก็มีความสำคัญอย่างมาก เป็นเพราะว่าการที่จะวิเคราะห์กราฟได้นั้นเพื่อไม่ให้มีการคลาดเคลื่อนจำเป็นที่จะต้องใช้ Indicator เข้ามามีส่วนช่วย โดยมีจำเป็นจะต้องคัดสรรมาอย่างดี และหาเครืองมือที่ถนัด เพื่อให้สามารถเข้าใจในเครื่องมือนั้นและสามารถทำกำไรได้
  • ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ : อาจจะติดจามข่าวสารจากวท่อช่องทางต่างๆไม่ว่าจะเป็นข่าวทองคำ ข่าวเศรษฐกิจ ในกรณีที่เทรด Binary Option เลือกเทรดคู่เงิน การติดตามข่าวสารจะเข้ามีประโยชน์ในด้านนี้ดังนั้นจำเป็นทที่จะต้องติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

เทรดอย่างไรให้ยั่งยืน?

(ภาพนาฬิกาทรายบ่งบอกถึระยะเวลาในการเทรด)

การเทรดในตลาดแห่งนี้ให้ยั่งยืนเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ที่มาก เพราะการที่จะอยู่ในตลาดแห่งนี้ได้จำเป็นจะต้องมีการเข้าเทรดที่แม่นยำอย่างมาก จึงต้องอาศัยความเข้าใจในตลาดและมีกลยุทธ์ที่มั่นคง โดยมีปัจจัยต่างๆดังนี้

  • มีกลยุทธ์ที่มั่นคง : การเทรดใน Binary Option นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีกลยุทธ์ที่มั่นคง และมีระบบแบบแผนที่ดี และที่สำคัญคือเทรดเดอร์คนนั้นจำเป็นที่จะต้องเข้าใจในระบบของตัวเองเป็นอย่างดีเพราะว่าสิ่งที่เรียกว่าความเข้าใจในแผนการเทรด เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเมื่อต้องการที่จะเทรดให้ยั่งยืน
  • ความรู้ทางด้านการบริหารพอร์ต : ความรู้ทางด้านการบริหหารพอร์ต หรือ Money Management เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก คือ ต่อให้มีเงินทุนมากเท่าไหร่แต่หากขาดการบริหารที่ดีก็ไร้ประโยชน์ ความรู้ในการบริหารเงินเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เมื่อเทรดเดอร์มีเงินทุนแต่หากขาดความรู้ทางด้านการบริหารเงิน ก็เปล่าประโยชน์ ก็จะมีความเสี่ยงที่สูงมีโอกาสพอร์ตแตกได้ง่าย
  • Trade Without Emotion : การเทรดโดยที่ไม่นำอารม์เข้ามาเกี่ยวข้องถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน เป็นเพราะว่าข้อดีของการเทรดโดยไม่นำอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นดีอย่างมาก เพราะจะช่วยทำให้เทรดเดอร์คนนั้นมีความรอบคอบ และมั่นคงทั้งทางอารมณ์และเรื่องของพอร์ต เพราะเมื่อไม่มีการเทรดโดยมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องจะช่วยให้เห็นภาพรวม และวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้นใช้เหตุผลมากขึ้น
  • ทดลองเทรดหาประสบการณ์จริง : การที่จะเทรดให้ได้อย่างยั่งยืนจำเป็นอย่างมากที่จะใช้ประสบการณ์แล้วเมื่อต้องการประสบการณ์ต้องการประสบการณ์จะต้องทำยังไง? คำตอบคือก็ต้องเข้าเทรดในตลาดจริงๆ อาจจะเริ่มจากฝึกฝนในบัญชีทดลองก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆขยับมาเทรดด้วยเงินจริง อาจจะเริ่มจากจำนวณเงินที่น้อยๆก่อนก็ได้ แล้วค่อยขยายขนาดของพอร์ต การทำเช่นนี้เหตุผลเป็นเพราะว่า ต่อให้เทรดเดอร์มีความรู้ซักเท่าไหร่ แต่หากประสบการณ์การเข้าเทรดจริงๆ เจอสถานการณ์จริงๆ ได้รับรู้ว่าแรงกดดันเป็นอย่างไร เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม และนำข้อผิดพลาดมาพัฒนาต่อยอด
  • บันทึกสถิติการเทรด : เมื่อเทรดทุกๆครั้งสิ่งที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องทำก็คือ การบันทึกสถิติสิ่งนี้คือปัจจัยที่สำคัญอย่างมากในการที่เทรดได้อย่างยั่งยืน เป็นการที่จะทำให้เทรดเดอร์ได้เห็นถึงภาพรวมของพอร์ต และสามารถกำหนดเป้าหมายและวัตุประสงค์ของการเทรดได้
  • บันทึกข้อผิดพลาด : หลังจากการบันทึกสถิต สิ่งต่อไปที่เทรดเดอร์ต้องทำก็คือวิเคราะห์สถิติและหาข้อผิดพลาดของตัวเอง เพราะหลังจากที่ได้วิเคราะห์สาเหตุของสถิติที่อาจมีข้อผิดพลาด ก็นำมาจดบันทึกเพื่อที่จะนำข้อผิดพลาดเหล่านั้นพัฒนาการเทรดให้ดีขึ้น
  • นำข้อผิดพลาดมาปรับปรุง : การนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากหากเทรดเดอร์จต้องการเทรดได้อย่าง มั่นคงและสม่ำเสมอ การนำข้อผิดพลาดมาวิเคราะห์และมาปรับปรุง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพราะการที่เทรดเดอร์จะอยู่ได้ในตลาดแห่งนี้ จะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอและต้องหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ ต้องนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงอยู่เสมอและไม่ย้อท้อ ถึงจะล้มก็ต้องล้มไปข้างหน้า
  • หาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ : การหาข้อมูลใหม่ๆความรู้ใหม่ๆเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เป็นเพราะว่าหากเทรดเดอร์จะต้องการเทรดให้ได้อย่างยั่งยืน และอยู่ในตลาดนี้ได้นานๆ จำเป็นที่จะต้องหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอเป็นเพราะว่า การที่เทรดเดอร์ทำตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้วมักจะเป็นผลดีต่อตัวเอง เพราะการที่ไม่หยุดใฝ่หาความรู้จะทำให้ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เจอแนวคิดใหม่ๆ และกลยุทธ์ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ได้

 

Mindset ที่จะทำให้เทรดได้อย่างยั่งยืน 

(ภาพสื่อถึงความคิดคือสิ่งสำคัญของเทรดเดอร์)

  • เทรดตามแผน : เทรดตามแผนที่ได้มีการกำหนดไว้ตามที่เทรดเดอร์ถนัด โดยจะเน้นไปที่ความถนัดของตัวเทรดเดอร์ว่าจะเลือกใช้กลยุทธ์อะไรในการเทรด ยกตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์เลือกใช้การ เทรดสั้นโดยเลือกดู Time frame 5 นาทีเป็นการดูแนวโน้มของ Trend และเข้าเทรดใน Time frame 1 นาทีโดยใช้ Indicators ในการหาจุดเข้า 
  • รอจังหวะเข้าเทรด : เมื่อมีแผนการเทรดที่มั่นคงและเข้าใจเงื่อนไขของการเข้าเทรดในแต่ละไม้ได้เป็นอย่างดี หลังจากที่มีกลยุทธ์ที่ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ จังหวะในการเข้าเทรด เพราะว่าจังหวะในการเข้าเทรดนั้นสำคัญอย่างมาก เพราะต่อในมีแผนการเทรดที่ทำการบ้านมาอย่างดี แต่ถ้าหากขาดการรอจังหวะในการเข้าเทรด ก็เหมืือนกับเทคนิคที่มีการศึกษาและเลือกใช้ไม่มีความหมายเพราะขาดการรอ 
  • ควบคุมอารมณ์ให้ดี : หลายครั้งในการเทรด เทรดเดอร์มักจะประสบกับอารมณ์ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น อาการหัวร้อนที่เทรดแพ้ ความโลภ และควมกลัว ด้วยความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้เกิดความไม่มั่นคงในการเทรด นำไปสู่การขาดทุนในที่สุด เช่นเดียวกับการรอจังหวะการเข้าเทรด ต่อให้มีกลยุทธ์การเทรดที่ดีเท่าไหร่ก็ตามแต่ แต่หากการควบคุมอารมณ์ที่ดี ก็เปล่าประโยชน์ดังนั้นนอกจากจะศึกษาในด้านของแผนการเทรดก็ควรที่จะศึกษาการควบคุมอารมณ์ที่ดีอีกด้วย การคุมอารมณ์จึงมีความสำคัญอย่างมากในการเทรดเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักของการเทรดเลยก็ว่าได้
  • มี Target ของพอร์ต : การตั้ง Target ของพอร์ตก็สำคัญอย่างมากเนื่องจากจะทำให้เทรดเดอร์เห็นภาพรวมและเป้าหมายของการเทรดของตัวเองได้โดยสามารถแบ่งได้คร่าวๆดังนี้ 
    • Target ระยะสั้น 
      • คือเป้าหมายการเทรดในเวลาที่สั้น ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายของวัน 
    • Target ระยะยาว 
      • คือเป้าหมายการเทรดในระยะยาว อาจจะเป็นเป้าหมายว่าแต่ละเดือนนั้นกำไรได้ตามเป้ารึเปล่า หรืออาจจะเป็นภาพรวมของ Win rate โดยบึนทึกจาก Target ระยะสั้นที่รวบรวมข้อมูลมาเป็น Data แล้วนำมาวิเคราะห์ 

จะเห็นได้ว่าการที่เทรดเดอร์มีเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำให้เทรดเดอร์เห็นภาพรวมของพอร์ต และยังสามารถทำให้การเทรดมีความเป็นระบบมากขึ้นเพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจน 

  • การตั้ง Stop Loss ของวัน : เนื่องจากการเทรด Binary Option ไม่มีการตั้ง Stop Loss ดังนั้นเทรดเดอร์จึงควรมี Stop Loss ของวันเพื่อป้องกันการขาดทุนที่ควบคุมไม่ได้ยกตัวอย่างเช่นตั้งใจว่าจะเทรดขนาดไม้ละ 1% ของพอร์ตและตั้งการขาดทุนของพอร์ตไว้ที่ 10% ของพอร์ต การตั้ง Stop Loss จะช่วยให้สามารถบริหารความเสี่ยงได้ และจะทำให้การเทรดมีความเป็นระบบมากขึ้น 
  • พอใจกับกำไรที่ตั้งไว้ : หลายครั้งที่เมื่อเทรดได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน เทรดเดอร์บางคนอาจเทรดต่อโดยไม่หยุดเมื่อกำไรถึงเป้าหมายแล้วซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนและชน Stop Loss ได้ในที่สุดดังนั้นเทรดเดอร์จึงต้องไม่มีความโลภในการเทรด หรือต้องไปผึกควบคุมอารมณ์การเทรดให้ดี เพราะการพึงพอใจกำไรที่ได้อาจจะไม่ใ่ช่เงินที่มากมาย แต่หากเทรดได้อย่างเป็นระบบและมีความสม่ำเสมอมีความมั่นคงไม่นำอารมณ์มาเกี่ยวข้องในการเทรด ระบบการเทรดนั้นก็จะสามารถทำกำไรได้ในที่สุด 

นำข้อผิดพลาดของตัวเองมาพัฒนาเสมอ : เมื่อเทรดเดอร์ได้จดบันทึกข้อผิดพลาดของตัวเองที่สามารถเห็นได้ชัดอาจจะเป็น อารมณ์ที่ไม่สามารถคุมได้ในขณะนั้น หรืออาจจะเป็นการวิเคราะห์ที่พลาด อาจจะขาดประสบการณ์ในการเทรด แต่ทุกปัญหาย่อมต้องหาทางออก นำข้อผิดพลาดมาวิเคราะห์ว่าทำไมถึงได้ผิดพลาดเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่ทำซ้ำอีกในรอบที่สอง

สรุปใจความสำคัญ

การที่เทรดเดอร์จะสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืนจำเป็นจะต้องขยับตัวเองอยู่เสมอเป็นเพราะว่าการที่จะประครองการเทรดให้มั่นคงนั้นจำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างมากโดยสามารถแบ่งได้ดังนี้

  • การศึกษาหาความรู้อยู่ตลอด
  • ทดลองหาประสบการณ์จากตลาดจริง
  • บันทึกและนำข้อผิดพลาดมาปรับปรุง
  • หยุดให้เป็นมี Stop Loss
  • ไม่ใช้อารมณ์ในการเข้าเทรด
  • เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและนำมาปรับใช้

เมื่อเทรดเดอร์มีปัจจัยเหล่านี้ก็จะสามารถทำให้อยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยการที่จะเทรดได้อย่างยั่งยืนปัจจัยหลักๆคือการพัฒนาตนเองอยู่เสมอเปรียบก็คือ เทรดเดอร์หน้าใหม่ต้องการจะทำกำไรให้ได้มากๆแต่เทรดเดอร์มืออาชีพ จะหาวิธีให้ตัวเองมีความมั่นคงในการเทรด