เพิ่มโอกาสการชนะด้วยการเทรดตามแนวโน้ม

ถ้าให้ดูกราฟข้างต้น แล้วถามว่า คุณจะอยากเทรดฝั่งไหนมากกว่ากัน ? ระหว่าง BUY หรือ SELL … ??? เชื่อว่าคำตอบทุกคนเมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้วจะตอบไปในทางเดียวกันว่า SELL … ก็เพราะว่าจากภาพข้างต้น (กราฟ EURUSD ในภาพราย 5 นาที) แนวโน้มของราคาเป็นขาลง ราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง ทำให้ถ้าเรา SELL ก็จะสามารถกำไรได้มากกว่า ส่วนถ้าเทรดเดอร์คนไหน BUY ก็จะขาดทุนอย่างหนักเลย

ซึ่งการเทรดตามแนวโน้มนั้นสำคัญมากในการเทรด Binary Option เนื่องจาก ถ้าเราอยู่ฝั่งเดียวกับแนวโน้มนั้น โอกาสการชนะของในการเทรดของเราก็จะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าเราเทรดฝั่งตรงข้ามกับแนวโน้ม โอกาสการชนะของเราก็จะน้อยมากเช่นเดียวกัน

แนวโน้มขาขึ้น – ควรอยู่ฝั่งซื้อ (CALL)

แนวโน้มขาลง – ควรอยู่ฝั่งขาย (PUT)

เรามาดูวิธีการจำแนกแนวโน้ม เพื่อที่จะดูว่าช่วงที่เรากำลังเทรดเนี่ย ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มอะไร ซึ่งปกติจะมีวิธีการจำแนกด้วยกัน 3 แบบ หลักๆ คือ

  1. High/Low
  2. Trend line
  3. เส้นค่าเฉลี่ย

High/Low

ตามหลักของ Dow Theory ในการแบ่งแยกแนวโน้ม คือ

  • แนวโน้มขาขึ้น : ราคาสร้าง Higher High (จุดยอดสูงขึ้น) และสร้าง Higher Low (ฐานสูงขึ้น)
  • แนวโน้มขาลง : ราคาสร้าง Lower High (จุดยอดต่ำลง) และสร้าง Lower Low (ฐานต่ำลง)

ตัวอย่างแนวโน้ม “ขาขึ้น” ตามหลัก Dow Theory

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นนั้น ราคาสร้างจุดยอดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง (ลูกศรสีน้ำเงิน) และยกฐานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน (ลูกศรสีเขียว)

ตัวอย่างแนวโน้ม “ขาลง” ตามหลัก Dow Theory

ในช่วงที่เป็นแนวโน้มขาลงนั้น ราคาสร้างจุดยอดใหม่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง (ลูกศรสีแดง) และทำฐานที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน (ลูกศรสีม่วง)

Trend line

เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ Basic ที่ทรงประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน โดยเราสามารถใช้การตีเส้น Trend line ในการแบ่งแยกแนวโน้มได้เช่นเดียวกัน โดยทั่วไปเส้น Trend line จะมี 2 ลักษณะ คือ

  • Uptrend line : ถ้าราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น Uptrend line (หรือเส้นเฉียงขึ้น ตีจากบริเวณ Low) จะแสดงถึงแนวโน้มของขาขึ้น
  • Downtrend line : ถ้าราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น Downtrend line (หรือเฉียงลง ตีจากบริเวณ High) จะแสดงถึงแนวโน้มของขาลง

ตัวอย่างการใช้เส้น Uptrend line  

จากกราฟข้างต้น ในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้น Uptrend line (เส้นสีน้ำเงิน) ก็จะแสดงถึงภาวะแนวโน้มของราคาที่อยู่ในช่วงขาขึ้น และเมื่อราคาหลุดเส้นดังกล่าว (วงกลมสีแดง) ก็เป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม

 ตัวอย่างการใช้เส้น Downtrend line

ในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น Downtrend line (เส้นสีส้ม) ก็แสดงถึงภาวะของแนวโน้มที่อยู่ในช่วงขาลง และเมื่อราคาทะลุเส้นดังกล่าวขึ้นมาได้ (วงกลมสีแดง) ก็เป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มของราคา

เส้นค่าเฉลี่ย

เป็นวิธีการง่ายมาก แต่ทรงประสิทธิภาพมากเช่นเดียวกัน โดยเพียงแค่สังเกตว่าราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าหรือสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย ก็สามารถแยกแยกแนวโน้มได้แล้ว

  • ถ้าราคาเคลื่อนไหวเหนือกว่าเส้นค่าเฉลี่ย แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น
  • ถ้าราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย แสดงถึงแนวโน้มขาลง

ตัวอย่างการใช้เส้นค่าเฉลี่ย

ตัวอย่างกราฟ EURUSD ในภาพราย 5 นาที โดยใช้เส้นค่าเฉลี่ย Period = 200 เป็นตัวกำหนดแนวโน้ม ในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยนั้นแสดงถึงแนวโน้มขาลง (วงกลมสีแดง) ส่วนช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยนั้นแสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น (วงกลมสีเขียว)

เห็นไหมล่ะครับว่า ถ้าเราเปิดฝั่งเทรดให้ถูกต้องตามแนวโน้มของราคาในขณะนั้น ก็จะทำให้โอกาสการชนะของเรามีมากยิ่งขึ้น ลองเลือกเครื่องมือที่เราชอบและคิดว่าเหมาะสมกับเรา และนำไปฝึกฝนให้ชำนาญ รับรองว่าทุกท่านที่มีความตั้งใจ จะสามารถทำกำไรจากตลาดแห่งนี้ได้อย่างยั่งยืนครับ

 

ทีมงาน : binaryoption.in.th

[Total: 1    Average: 5/5]

Comments

comments

Bookmark the permalink.

Comments are closed.