กลยุทธ์ที่ชนะในเกมส์ของ Binary Option

กลยุทธ์ในการเทรดทั่วไปมีมากมายหลากกลยุทธ์ให้เราได้เลือกใช้ทั้ง Trend following , Swing trading , Scalping , Breakout , Price action , Reversal Trading , Momentum Trading และอื่นๆ อีกมากมาย … โดยกลยุทธ์พวกนี้ใช้ได้ในการเทรด Forex, Index , Stock ,Commodity, Bond และอื่นๆ แต่!! กลยุทธ์ที่ว่ามาทั้งหมด บางกลยุทธ์อาจไม่เหมาะสมกับการเทรด Binary Option

เพราะทำไมหน่ะหรอครับ มาดูกันครับ

สิ่งที่ Binary Option แตกต่างจากสินค้าประเภทอื่นอย่างสิ้นเชิง คือ … การคำนวณผลตอบแทน และ อายุสัญญาที่มีวันหมดอายุ …

  • การคำนวณผลตอบแทน : Binary Option จะใช้การคาดการณ์ เพียง 2 อย่าง แค่ว่า “เหนือกว่า” หรือ “ต่ำกว่า”
  • อายุสัญญาที่มีวันหมดอายุ : Binary Option ไม่สามารถถือได้ตลอดชีวิต มันมีอายุของสัญญา เช่น 3 นาที , 5 นาที , 10 นาที , 15 นาที , 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน หรือแม้กระทั้ง 1 สัปดาห์ เป็นต้น

ให้เห็นตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น กลยุทธ์ Trend follow ที่อาศัยการรันเทรนของราคา ถือนานๆ จนกว่าจะจบเทรน ค่อยปิดทำกำไร … ซึ่งกลยุทธ์ Trend follow นี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้เทรดในเกมส์ของ Binary Option เพราะการรันเทรนทำได้ค่อนข้างยาก อีกทั้ง Winrate ของ Trend follow ค่อยข้างน้อย ซึ่งทำให้มีโอกาสขาดทุนได้

มาดูผลตอบแทนของ Binary Option กันก่อนเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น

นี่เป็นตัวอย่างของผลตอบแทนของ Binary option … เมื่อเราคาดการณ์ถูกเราจะได้ผลตอบแทนดังตารางข้างต้น เช่น USD/NOK ในบรรทัดแรก สมมติ เราคาดการณ์ว่ามันจะขึ้น เราลงทุนจำนวน 100$ ถ้าสุดท้ายราคาขึ้นตามที่เราคาดการณ์ เราจะได้รับกำไรทั้งสิ้น 85$ (85% ของ 100$) แต่ถ้าผิดทางเราจะขาดทุน 100$ ทันที

กลยุทธ์ที่เหมาะสม ??

คำถามสำคัญคือ … แล้วกลยุทธ์อะไรที่เหมาะสมกับการเทรด Bianry Option ล่ะ ?? … กับตอบง่ายๆ คือ ต้องเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับ 2 เงื่อนไขของ Binary Option ที่กล่าวไว้ในตอนต้นบนความคือ

“สิ่งที่ Binary Option แตกต่างจากสินค้าประเภทอื่นอย่างสิ้นเชิง คือ … การคำนวณผลตอบแทน และ อายุสัญญาที่มีวันหมดอายุ …”

พอเดาออกไหมครับว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่สอดคล้องกับ 2 สิ่งนี้ … มาเฉลยกันครับ สิ่งสำคัญของกลยุทธ์ที่ใช้เทรดใน Binary Option ก็คือ

  1. Winrate ต้องสูง
  2. ระยะการถือครองต้องสั้น

ซึ่งกลยุทธ์ที่มี 2 สิ่งนี้จะช่วยให้การเทรดใน Binary Option มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Winrate ต้องสูง

ในการเทรด Binary Option เราทราบอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอยู่แล้ว (Reward:risk ratio) เช่น

จากตัวอย่าง USD/NOK

Reward = 85

Risk = 100

ดังนั้น Reward / Risk = 0.85 : 1

ซึ่งการที่จะทำให้ผลตอบแทนที่คาดหวังเป็นบวกได้ (Expentancy) จะต้องใช้กลยุทธ์ที่มี Winrate ประมาณ 54% ขึ้นไป ถึงจะได้ผลตอบแทนที่เป็นบวก

… Expectancy = (Probability of Win * Reward) – (Probability of Loss * Risk)

ตัวอย่างการคำนวณ

RRR = 0.85 : 1

Winrate = ?

เริ่มจากสมมติกลยุทธ์เทรดเท่าทุน คือค่า Expentancy = 0

เข้าสูตร

0 = (%Win * 0.85) – (%Loss * 1)

โดยที่ %Loss = 1 – %Win

ดังนั้น

0 = (%Win *0.85) – ((1 – %Win) * 1)

0.85 * %Win = 1 – %Win

1.85 %Win = 1

%Win = 1 / 1.85

%Win = 0.54

หรือ %Win = 54% นั่นเอง

ดังนั้นเราควรหากลยุทธ์ที่มี %Win มากพอที่จะสร้างกำไรในระยะยาวให้ได้ ถ้าไปใช้กลยุทธ์ที่ Winrate น้อย มีโอกาสที่สุดท้ายเราอาจขาดทุนในสุดได้ครับ

– – – – –

(ทบทวน Binary Option)

การเทรด Binary Option จะมีสัญญาสิ้นสุดอายุ เช่น 5 นาที , 10 นาที เป็นต้น ผลการเทรดจะมีเพียงแค่ 100% หรือ 0% เท่านั้น (ถ้าถือจนครบอายุ หรือ ไม่ปิดสัญญาก่อนนั่นเอง) … ไม่เหมือนกับการเทรดหุ้น , Forex , ทองคำ และ อื่นๆ ที่บางทีเราไม่รู้ว่า ผลกำไรเราจะเป็นเท่าไหร่ เช่น 5% , 10% หรือ 200% หรือ อาจขาดทุน 20% , 50% หรือ 100% เช่นเดียวกัน เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่มีอายุครบกำหนดมันเทรดได้เรื่อยๆ แต่! Binary Option มันมีอายุครบกำหนด

            … มาดูตัวอย่างผลตอบแทนของ Binary Option เพื่อให้เห็นภาพกันมากขึ้น

สมมติ :

  • ผลตอบแทนของ Binary Option เมื่อหมดอายุ = 95% (ในการเทรดจริงเราจะไม่ได้ 100% โบรกจะหักเหลือประมาณ 80-95% แล้วแต่โบรกและสภาพตลาด)
  • เงินลงทุน 100$

กรณี ซื้อ Call Option เมื่อ สัญญาอายุ

            ถ้าเราเปิดซื้อ Call Option EURUSD ที่ 1.80820

  • ราคาขึ้นเกิน 80820 เราจะกำไร 95$
  • ราคาลงต่ำเกิน 8020 เราจะขาดทุน 100$

กรณี ซื้อ Put Option เมื่อ สัญญาอายุ

 

ถ้าเราเปิดซื้อ Put Option EURUSD ที่ 1.80820

  • ราคาลงต่ำเกิน80820 เราจะกำไร 95$
  • ราคาขึ้นเกิน 8020 เราจะขาดทุน 100$

 

ทีมงาน : binaryoption.in.th

[Total: 1    Average: 2/5]

Comments

comments

Bookmark the permalink.

Comments are closed.